วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วุ้นกะทิมะพร้าวน้ำหอม

วุ้นกะทิมะพร้าวน้ำหอม รสชาติของวุ้นเข้มข้น ทำขายได้ราคาดีค่ะ

ส่วนผสมวุ้นกะทิมะพร้าวน้ำหอม

1. น้ำมะพร้าวน้ำหอม 350 มิลลิลิตร
2. กะทิกล่องอัมพวา 650 มิลลิลิตร
3. ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
4. น้ำตาลทรายขาว 250 กรัม
5. เกลือ 1 ช้อนชา
6. ใบเตยมัดเป็นปมสัก 1-2 มัด
7. เนื้อมะพร้าวตามชอบ

วิธีทำวุ้นกะทิมะพร้าวน้ำหอม

1. นำผงวุ้นแช่ในน้ำมะพร้าว 10 นาทีขึ้นไป (แนะนำให้ใช้มะพร้าวน้ำหอมแท้นะคะ เพราะน้ำมะพร้าวจะหวานหอมมากค่ะ)
2. ยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยววุ้นจนสุก (ถ้าวุ้นสุกจะมีลักษณะใสๆ ไม่เป็นเม็ดเล็กๆเกาะที่ทัพพี)
3. พอวุ้นสุกใส่น้ำตาลทรายขาว เกลือ ใบเตยมัดเป็นปมลงไป คนจนน้ำตาลและเกลือเริ่มละลาย ใส่กะทิลงไปเคี่ยวต่อให้พอเดือดปุดๆบริเวณขอบหม้อก็ยกลง หยอดลงพิมพ์ ใส่เนื้อมะพร้าว พอเซ็ตตัวนำแช่ตู้เย็น

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ซอสเย็นตาโฟ

ซอสเย็นตาโฟ

ส่วนผสมซอสเย็นตาโฟ

1. ซอสมะเขือเทศ 200 กรัม
2. ซอสพริก 100 กรัม
3. เต้าหู้ยี้ 6 ก้อนเล็กบดละเอียด
4. น้ำมันหอย 100 กรัม
5. น้ำตาลทราย 50 กรัม
6. กระเทียมดองสับละเอียด 100 กรัม
7. น้ำกระเทียมดอง 50 กรัม
8. น้ำส้มสายชู 40 กรัม
9. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
10. พริกขี้หนูแดงโขลกตามชอบ
11. สีแดงผสมอาหารเล็กน้อยผสมกับน้ำให้เข้ากัน (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำซอสเย็นตาโฟ

ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน นำไปตั้งไฟ คอยคนให้อยู่เรื่อยๆจน จนเดือดได้ที่ ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเก็บใส่ภาชนะที่แห้งปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวันค่ะ

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย

ข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย

ส่วนผสมข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย

1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กิโลกรัม
2. กะทิอร่อยดี 3 กล่องเล็ก
3. น้ำตาลทราย 500 กรัม
4. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ (พูนช้อนเลยค่ะ)
5. กล้วยค่อนข้างงอม (ปอกเปลือก ตัดแบ่งเป็น 8 ชิ้น / ลูก)

วิธีทำข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย

1. นำข้าวเหนียวเขี้ยวงูมาล้างหลายๆครั้งจนน้ำใส แช่ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง แล้วนำไปนึ่ง 35-40 นาที
2. ระหว่างรอข้าวเหนียวสุก นำกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือป่นผสมคนไปทางเดียวจนน้ำตาลละลายหมด
3. พอข้าวเหนียวสุก ตักใส่ภาชนะ ทำช่องตรงกลางไว้ เทน้ำกะทิที่ผสมแล้วลงตรงกลาง ใช้ไม้พายคนให้เข้ากันกับข้าวเหนียว
4. คนเสร็จ ปิดฝาทิ้งไว้ 10 นาที แล้วมาคนอีกรอบจนทั่ว คนประมาณ 5 นาที และพักทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จะได้ข้าวเหนียวมูนเม็ดสวย รสชาติอร่อย
5. ระหว่างพักข้าวเหนียวมูนไว้ เรามาเตรียมกล้วยค่อนข้างงอม ปอกเปลือก ตัดแบ่งเป็น 8 ชิ้น / ลูก
6. แล้วฉีกใบตองกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว สำหรับห่อค่ะ
7. เมื่อมูนข้าวเหนียวได้ที่ พร้อมกับเตรียมกล้วยและใบตองเรียบร้อยแล้ว ก็จัดการห่อข้าวเหนียวกับกล้วยได้เลยค่ะ เสร็จแล้วนำไปย่างไฟจนใบตองเป็นสีเหลืองและข้าวเหนียวมีกลิ่นหอม ก็เสร็จพร้อมทานค่ะ
ลองดูค่ะ

แกงหมูชะมวง

แกงหมูชะมวง

ส่วนผสมแกงหมูชะมวง

1. พริกแกง (เตรียมส่วนผสมด้านล่าง นำมาโขลกรวมกันให้ละเอียด)
  • พริกชี้ฟ้าแห้ง หั่นแกะเมล็ดออกแช่น้ำ 7 เม็ด (หรือถ้าชอบเผ็ดก็เพิ่มได้)
  • ตะไคร้ซอย
  • ข่าซอย
  • กระเทียมแกะเปลือก 10-15 กลีบ
  • หอมแดงแกะเปลือก 5 หัว
  • กะปิ
  • เกลือป่น
  • กุ้งแห้ง
  • รากผักชี
2. เนื้อหมูสันคอติดมัน (หรือเนื้อขาหมู) 1 กิโลกรัม
3. ใบชะมวง
4. ซีอิ้วดำหวาน
5. เกลือ
6. น้ำตาลปี๊บ
7. น้ำมะขามเปียก

วิธีทำแกงหมูชะมวง

1. นำเนื้อหมูสันคอติดมัน (หรือขาหมู) มาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมประมาณ 2 นิ้ว หมักด้วยน้ำตาลปี๊บ ซีอิ้วดำหวาน และเกลือ พักไว้ 4-5 ชั่วโมง
2. ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อน ใส่พริกแกงที่โขลกไว้ลงผัดจนแตกมัน
3. ฉีกใบชะมวงใส่ลงไปผัดจนใบชะมวงเริ่มเปลี่ยนสี นำเนื้อหมูที่หมักไว้มาผัดรวมกัน เติมน้ำเปล่า พอเดือดเติมน้ำตาลปี๊บและเกลือ เคี่ยวด้วยไฟอ่อน 20-30 นาที เติมน้ำมะขามเปียก เคี่ยวต่อจนเนื้อหมูนุ่ม (หรือถ้ามีหม้อตุ๋นแนะนำเลยค่ะ เพราะเนื้อหมูจะนุ่มมาก) เสร็จแล้ว ปิดไฟ เสิร์ฟทานกับข้าวสวยร้อนๆได้แล้วค่า

ไชโป๊วผัดไข่

ไชโป๊วผัดไข่ สูตรนี้แตกต่างกับไชโป๊วผัดไข่ธรรมดาก็ตรงที่ผัดใส่หัวกะทิ แต่ขอบกว่าอร่อยหอมมันนะคะ ทานกับขาวสวย หรือ ข้าวต้ม หรือ ข้าวแช่ก็ได้ค่ะ

ส่วนผสมไชโป๊วผัดไข่

1. ไชโป๊วฝอยล้างสะอาดบีบให้แห้ง 1 ถ้วย
2. หัวกะทิ 6 ช้อนโต๊ะ
3. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่เป็ด 2 ฟอง
5. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำไชโป๊วผัดไข่

1. นำกระทะตั้งไฟ ใส่หัวกะทิลงผัดจนแตกมัน
2. แล้วใส่หอมแดงซอยลงผัดจนหอม
3. ใส่ไชโป๊วฝอยผัดให้เข้ากันจนทั่ว
4. เติมน้ำตาลปี๊บลงผัดไฟอ่อนไปเรื่อยๆจนเนื้อไชโป๊วเริ่มใส ปรุงรสด้วยน้ำปลาคนให้เข้ากัน ตอกไข่ใส่ลงไปผัดต่อจนแห้ง ปิดไฟ ตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

น้ำพริกนรกกากหมู

น้ำพริกนรกกากหมู

ส่วนผสมน้ำพริกนรกกากหมู

1. หอมแดงซอย 2 ขีด
2. กระเทียมโขลกพอหยาบๆ 2 ขีด
3. พริกแห้ง 2 ขีด
4. กุ้งแห้ง 1 ขีด
5. กะปิ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทราย 12 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มลดได้ตามชอบเลยค่ะ)
7. เกลือ (ถ้าชิมแล้วอ่อนเค็มก็เติมได้ตามชอบค่ะ)
8. กากหมูกรอบๆ

วิธีทำน้ำพริกนรกกากหมู

1. นำหอมแดงซอย พริกแห้ง และกุ้งแห้งลงทอดในน้ำมันให้หอมเหลือง แล้วใส่ถ้วยพักไว้ (ทอดแยกกันนะคะ) จากนั้นคั่วกะปิในน้ำมันจนหอม พักไว้
2. จากนั้นก็โขลกส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียด (โขลกแยกแต่ละอย่างค่ะ) แล้วนำใส่ภาชนะคลุกเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากัน ชิมรสดูใครชอบหวานชอบเค็มก็ปรุงเพิ่มได้เลย
3. เทลงกระทะตั้งไฟอ่อนๆ คั่วพอแห้ง แล้วก็กากหมูลงไปคั่วต่ออีกหน่อย เสร็จแล้ว ปิดไฟ ตักใส่ภาชนะ แล้วรอให้เย็นสนิทค่อยเก็บใส่กล่องหรือถุงมัดไม่ให้อากาศเข้า เพื่อความกรอบของกากหมูค่ะ เวลาทานกับข้าวสวยร้อนๆก็เพิ่มไข่ต้มยางมะตูมซักฟองก็ทานได้แล้วค่ะ

(กุ้งแห้งกับกะปิแต่ละยี่ห้อความเค็มอาจไม่เหมือนกัน ลองชิมดูแล้วก็เติมหวานเค็มตามความชอบได้เลยนะคะ)

ต้มโคล้งปลากรอบ

ต้มโคล้งปลากรอบ

ส่วนผสมต้มโคล้งปลากรอบ

1. ปลาย่าง 1 ตัว บิเป็นชิ้นๆ
2. พริกแห้งย่างไฟบุบพอแตก
3. หอมแดงย่างไฟบุบพอแตก
4. พริกขี้หนูซอย
5. ต้นหอมหั่นท่อน
6. ผักชีฝรั่งหั่นท่อน
7. ข่าหั่นแว่น
8. ตะไคร้หั่นท่อน
9. ใบมะกรูดฉีก
10. มะเขือเทศลูกเล็กผ่าครึ่ง
11. น้ำมะขามเปียก
12. น้ำมะนาว
13. น้ำตาลทราย
14. น้ำเปล่า (หรือน้ำซุปก็ได้)

วิธีทำต้มโคล้งปลากรอบ

1. เทน้ำเปล่าหรือน้ำซุปในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่พริกขี้หนูซอย ข่าหั่นแว่น ตะไคร้หั่นท่อน และหอมแดงย่างไฟบุบพอแตกลงไปต้มให้เดือด
2. พอเดือดใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลทรายลงไป ชิมรสให้ได้ตามต้องการ
3. ใส่ปลาย่างกรอบลงไป รอเดือดอีกครั้ง ใส่มะเขือเทศผ่าครึ่ง ต้นหอมหั่นท่อน ผักชีฝรั่งหั่นท่อน ใบมะกรูดฉีก พริกแห้งย่างไฟบุบพอแตก (แบ่งไว้โรยหน้าด้วยค่ะ) ลงไป ปิดไฟ
4. ใส่น้ำมะนาวลงไป ชิมรสอีกครั้ง ตักเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยพริกแห้งที่เหลือก็อร่อยได้เลยค่ะ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.