วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

ข้าวเหนียวเปียกลำไย

ข้าวเหนียวเปียกลำไย สูตรนี้จะแตกต่างจากข้าวเหนียวเปียกทั่วไปก็คือต้องทำลำไยเชื่อมแยกไว้ต่างหาก เมื่อจะรับประทานค่อยตักใส่ไป โดยปกติแล้วเราจะนำลำไยเชื่อมเทในไปในหม้อข้าวเหนียวที่ต้มไว้เลยใช่ไหมล่ะคะ..? แต่วิธีนี้เราจะเก็บไว้ทานครั้งต่อไปได้นานขึ้นนะคะ

ส่วนผสมข้าวเหนียวเปียกลำไย

1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 2 ถ้วยตวง (ข้าวเหนียวควรใช้ข้าวเหนียวเก่า เพราะเหมาะกับการต้ม ถ้าเป็นข้าวเหนียวใหม่ จะเหมาะกับการนึ่งค่ะ)
2. น้ำมะพร้าว 2-3  ถ้วยตวง (ถ้าไม่มีใช้น้ำเปล่า)
3. น้ำมะพร้าว 2 ถ้วยตวง (สำหรับเชื่อมลำไย)
4. น้ำตาลทราย 350 กรัม (ชอบหวานเพิ่มได้)
5. ใบเตยหอมมัดรวมกัน 6 ใบ
6. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
7. เกลือป่น 1 ช้อนชา (สำหรับต้มข้าวเหนียว)
8. เกลือป่น 1 ช้อนชา (สำหรับเคี่ยวหัวกะทิ)
9. ลำไยแกะเปลือก แคะเมล็ดออก ปริมาณมากน้อยตามชอบ

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

1. นำข้าวเหนียวมาล้างน้ำโดยซาวน้ำหลายๆครั้ง แล้วแช่ต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นซาวข้าวขึ้นใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำ รอไว้
2. นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมะพร้าว (หรือน้ำเปล่า) ใบเตยที่มัดไว้ และเกลือป่นลงไป เร่งไฟจนน้ำเดือด ใส่ข้าวเหนียวที่พักไว้ลงไป ใช้ทัพพีคนข้าวเหนียวให้กระจายตัว หรี่ไฟกลางๆ ต้มต่อประมาณ 2-3 นาที หมั่นคนบ่อยๆ ไม่เช่นนั้นข้าวเหนียวจะติดก้น ระหว่างต้มคอยสังเกตดูด้วย ถ้าเม็ดข้าวเริ่มบานเล็กน้อย และมีเม็ดใสๆ ให้ปิดไฟเตาได้เลย

(สูตรนี้ไม่ควรต้มนานเพราะข้าวเหนียวได้ผ่านการแช่น้ำมาแล้ว เนื้อข้าวมีความนุ่มนิ่ม จากนั้นข้าวที่เดือดแล้ว จะแช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่นจนน้ำต้มข้าวเย็น เม็ดข้าวจะบานขึ้นอีก)

3. ต่อมาให้นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมะพร้าว (หรือน้ำเปล่า) น้ำตาลทราย และมัดใบเตยหอมใส่ลงไป พอน้ำตาลเดือด หรี่ไฟอ่อนๆ ใส่เนื้อลำไยลงเชื่อม (ถ้าชอบกรุบกรอบไม่ต้องเชื่อมนาน) ปิดไฟแล้วช้อนเนื้อลำไยขึ้นใส่ชาม พักไว้ ส่วนน้ำเชื่อมจะเทใส่ไปในข้าวเหนียวก็ได้หรือแยกไว้ต่างหาก เพื่อเป็นน้ำราดตอนเสิร์ฟก็ได้

(ส่วนน้ำเชื่อมให้ชิมก่อน ชอบหวานมากน้อยค่อยๆ เพิ่มน้ำตาลทรายลงไป)

4. นำหม้ออีกใบตั้งไฟ ใส่หัวกะทิและเกลือป่นลงไปต้มให้เดือดปุดๆ แต่ไม่ต้องให้แตกมัน ก็ปิดไฟเตาเตรียมจัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ
5. ตักข้าวเหนียวใส่ถ้วย ตักลำไยเชื่อมใส่ลงไปมากน้อยตามชอบ ราดด้วยหัวกะทิอุ่นๆลงไปมากน้อยตามชอบอีกเช่นกันค่ะ เท่านี้ข้าวเหนียวเปียกลำไยก็พร้อมทานแล้วค่ะ

ข้าวเกรียบปากหม้อ

ข้าวเกรียบปากหม้อ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ :
หม้อปากกว้าง + ผ้าขาว (ผ้าโทเลย์) เชือกรัดปากหม้อ + ไม้พายทำขนม
  • เมื่อได้ครบแล้วจัดการนำผ้าปิดปากหม้อ แล้วเหลือรูเปิดช่องว่างนิดนึง แล้วใช้เชือกมัดขึงผ้าให้ตึงและแน่นที่สุดค่ะ จากนั้นเติมน้ำอย่างน้อยครึ่งหม้อหรือมากกว่า เตรียมไว้ค่ะ
ส่วนผสมข้าวเกรียบปากหม้อ

ตัวไส้

1. หมูสับ
2. ถั่วลิสงคั่วป่น
3. ไชโป้วสับละเอียด
4. กระเทียม + รากผักชี + พริกไทย ตำรวมกัน (สามเกลอ)
5. น้ำตาลปี๊บ
6. น้ำปลา
7. ซีอิ้วขาว
8. น้ำมันสำหรับผัด

ตัวแป้ง

1. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
2. แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำเปล่า 2 ถ้วย (กรณีต้องการแป้งสีเขียว ก็เปลี่ยนจากน้ำเปล่าเป็นน้ำคั้นจากใบเตยแทนค่ะ)

วิธีทำข้าวเกรียบปากหม้อ

1. เริ่มจากเตรียมตัวแป้งกันก่อนค่ะ โดยนำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และน้ำเปล่ามาผสมกันแล้วคนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว พักไว้
2. ต่อมาผัดไส้กันต่อ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนแล้วใส่สามเกลอลงผัดพอหอม ใส่หมูสับและไชโป้วสับละเอียดลงผัดสุก แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และซีอิ้วขาวลงไปผัดไปจนแห้งและเหนียวค่ะ สุดท้ายใส่ถั่วลิสงคั่วป่นลงไปผัดให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกรสเค็มนิด หวานหน่อย แล้วปิดไฟตักพักรอไว้ค่ะ
3. ตำกระเทียมเยอะหน่อยแล้วเจียวกับน้ำมันเตรียมไว้คลุกตัวขนมค่ะ
4. เมื่อได้ครบทุกส่วนแล้ว ตั้งหม้อรอน้ำเดือดจัด คนแป้งแล้วหยอดตรงกลางผ้า แล้วใช้ทัพพีคนไปทางเดียวกันหลายๆรอบ ดูว่าเทแป้งหนาเท่ากันแล้ว จึงเอาฝาหม้อปิดไว้สักครู่ เปิดฝาหม้อแล้วปั้นไส้หมูวางตรงกลาง ใช้พายช้อนพับแป้งทั้งสี่ด้านปิด แล้วตักออกใส่จาน นำน้ำมันกระเทียมเจียวพรมไว้กันตัวขนมติดกันค่ะ ทำแบบนี้ไปจนหมดของค่ะ
5. เวลากินก็เอากระเทียมเจียวโรยอีกครั้ง กินกับผักชี ผักกาดหอม พริกขี้หนู หรือผักสดอื่นๆตามชอบค่ะ (ถ้าจะกินแบบภาคเหนือก็นำหัวกะทิสดตั้งไฟพออุ่นๆ ตักมาราดบนตัวขนมขลุกขลิกก็เป็นอันเสร็จค่ะ จะอร่อยมันกะทิเพิ่มเข้ามาค่ะ)

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

ข้าวเม่าทอด

ข้าวเม่าทอด : ขนมอร่อยอีกตำรับจากข้าวเม่า ที่ปัจจุบันเริ่มหาทานกันยากแล้วค่ะ

ส่วนผสมข้าวเม่าทอด

ตัวข้าวเม่า

1. กล้วยไข่ 1 หวี (ใช้ลูกเล็ก เลือกที่ไม่มีเหลี่ยม เอาแบบสุกพอดีอย่าให้สุกมาก)
2. ข้าวเม่า 1 ถ้วยครึ่ง
3. มะพร้าวขูดขาว 2 ถ้วย
4. น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย
5. น้ำสะอาด 1/2 ถ้วย

แป้งชุบข้าวเม่า

1. แป้งข้าวจ้าว 2 ถ้วย
2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
3. หัวกะทิ 1 ถ้วย
4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
5. น้ำปูนใส 1/2 ถ้วย
6. น้ำมันรำข้าวสำหรับทอด

วิธีทำข้าวเม่าทอด

1. เริ่มจากเตรียมแป้งชุบข้าวเม่าก่อนค่ะ ผสมแป้งข้าวจ้าว ไข่ เกลือ และหัวกะทินวดผสมให้เข้ากันดี พักแป้งไว้ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นใส่น้ำปูนใสลงไปคนให้เข้ากัน แล้วนำไปกรองด้วยกระชอนถี่ๆ พักไว้
2. ต่อมามาทำตัวข้าวเม่ากันต่อค่ะ นำข้าวเม่ามาคั่ว โดยแบ่งคั่วครั้งละไม่มาก คั่วให้กรอบ จนหมด แล้วนำไปโขลกหยาบๆ
3. ผสมน้ำตาลมะพร้าวและน้ำสะอาด นำขึ้นตั้งเตา เคี่ยวให้น้ำตาลเริ่มเหนียว ใส่มะพร้าวขูดลงไปกวนให้เข้ากัน จนมะพร้าวเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อน แล้วใส่ข้าวเม่าโขลกหยาบๆลงไป กวนให้เข้ากัน ใช้ไฟกลางๆค่อนข้างอ่อน กวนจนส่วนผสมเหนียวขึ้น ลองหยิบดูให้เนื้อสามารถปั้นได้ ก็ยกลงจากเตา พักไว้ให้อุ่น
4. ปอกเปลือกกล้วยไข่เตรียมไว้ ให้นำรกออกด้วย เพราะเวลาทอดสุกแล้วจะทำให้มีสีดำ
5. นำข้าวเม่าที่พักไว้พออุ่นๆ มาปั้นหุ้มกล้วยให้มิด ทำจนกล้วยหมด
6. นำกล้วย 2 ลูกที่ปั้นเสร็จแล้วมาชุบด้วยแป้งที่เตรียมไว้ในข้อที่ 1 โดยจับกล้วยติดกันเวลาชุบแป้ง เพื่อทำเป็แพ (หรือจะใช้แพ 3 ลูกก็ได้) นำลงทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด ลดไฟลงกลางๆ ทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
7. จากนั้นใช้มือโรยแป้งใส่ลงกระทะ แล้วใช้ตะหลิวตะล่อมฝอยแป้งให้เป็นแพ พับทบกัน ทอดจนกรอบ ตักขึ้นวางบนแพข้าวเม่า เป็นอันเสร็จค่ะ (เวลาโรยแป้ง ให้ยกมือขึ้นสูง เพื่อให้แป้งเป็นฝอยสวยงามค่ะ)

ไก่ต้มน้ำปลา

ไก่ต้มน้ำปลา

ส่วนผสมไก่ต้มน้ำปลา

1. ไก่สด 1 ตัว
2. รากผักชีบด 2 ช้อนโต้ะ
3. ข่าหั่นแว่น 2 ชิ้น
4. ตะไคร้ 1 ต้น
5. ใบมะกรูด 2 ใบ
6. น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนชา
7. น้ำปลา 1 ถ้วย
8. ซีอิ้วดำ 3 ช้อนชา
9. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำไก่ต้มน้ำปลา

1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่รากผักชีบด ตะไคร้ ข่าหั่นแว่น และใบมะกรูดลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ้วดำ และน้ำตาล
2. ใส่ไก่ลงไปต้ม 45 นาที จากนั้นนำไก่ออกมาพักให้สะเด็ดน้ำ สับเป็นชิ้นๆ

น้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลา (สูตรโบราณ)


ส่วนผสมและวิธีทำน้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลา

1. พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
2. กระเทียม 5 กลีบ
3. เกลือป่น
4. น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย
5. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา

โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และเกลือป่นพอหยาบ เติมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลปี๊บลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ

น้ำพริกปลาย่าง

น้ำพริกปลาย่าง

ส่วนผสมน้ำพริกปลาย่าง (ส่วนผสมต่างๆ ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบค่ะ)

1. ปลาทูนึ่ง 1 ตัวใหญ่ (หรือ 2 ตัวเล็ก)
2. หอมแดง 6 หัว
3. กระเทียม 10 กลีบ
4. พริกขี้หนู 15 เม็ด
5. พริกชี้ฟ้าแดง 1-2 เม็ด
6. น้ำปลา
7. น้ำมะนาว
8. น้ำตาลทราย
9. น้ำต้มสุก

วิธีทำน้ำพริกปลาย่าง

1. นำปลาทูนึ่งมาย่างให้แห้ง แกะเอาแต่เนื้อ พักไว้
2. นำหอมแดง กระเทียม พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้ามาย่างไฟจนหอม แล้วใส่ครกตำหยาบๆ ใส่เนื้อปลาทูย่างที่แกะไว้ลงในครก ตำให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทราย ชิมรสชาติตามชอบ ถ้าแห้งเกินไปให้เติมน้ำต้มสุกได้นิดหน่อยค่ะ
4. ตักใส่จานเสิร์ฟกับข้าวสวย ไข่ต้ม ผักลวก ผักสด หรืออื่นๆได้ตามชอบ

น้ำพริกไข่เค็ม

น้ำพริกไข่เค็ม หวานๆ เค็มๆ มันๆ อร่อยดีค่ะ

ส่วนผสมน้ำพริกไข่เค็ม (ส่วนผสมต่างๆเพิ่มหรือลดได้ตามความชอบ)

1. ไข่เค็มสุก 2 ฟอง
2. กะปิอย่างดี 1 + 1/2 ช้อนชา
3. กระเทียมกลีบเล็ก 20 กลีบ
4. พริกขี้หนูเม็ดเล็ก 20 เม็ด
5. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊ป 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำพริกไข่เค็ม

1. นำไข่เค็มสุกมาแกะเปลือก แยกไข่ขาวและไข่แดง บิให้เป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้
2. นำกะปิห่อใบตองย่างไฟให้หอม พักไว้
3. โขลกกระเทียมและพริกขี้หนูพอหยาบๆ ใส่กะปิย่างลงไปตำให้เข้ากัน
4. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวและน้ำตาลปี๊ป ชิมรสชาติให้ออกเปรี้ยวหวานตามชอบ
5. ใส่ไข่แดงเค็มที่เตรียมไว้ลงไปคลุกแบบเบามือ เพราะเดี๋ยวจะเละเกิน ไม่น่ากิน
6. แล้วค่อยๆเติมไข่ขาวลงไปทีละน้อย ไม่ต้องใส่ทีเดียวทั้งหมด เพราะจะเค็มเกินไป (ส่วนน้ำปลาจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเค็มของกะปิและไข่เค็มค่ะ)
7. ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟทานได้เลยค่ะ

ต้มยำหัวปลี

ต้มยำหัวปลี

ส่วนผสมต้มยำหัวปลี

1. หัวปลี ผ่าแช่น้ำมะนาว หั่นแล้วต้มให้สุก
2. กะทิ
3. น้ำพริกเผา
4. ไก่ หั่นเป็นชิ้นตามชอบ
5. เครื่องต้มยำ (ข่า + ตะไคร้ + ใบมะกรูด)
6. น้ำปลา
7. น้ำมะนาว
8. น้ำมะขาม

วิธีทำต้มยำหัวปลี

1. นำกะทิกับเครื่องต้มยำต้มรวมกันจนเดือด
2. ใส่เนื้อไก่ตามลงไปต้มจนเดือดอีกครั้ง จึงใส่หัวปลีลงไป
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำมะขาม และน้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน ชิมตามชอบ ปิดไฟ ตักใส่ชามทานกับข้าวสวยร้อนๆได้เลยค่ะ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.