วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

ซอสสตรอเบอรี่ (สูตรคุณ Jidapa)

ซอสสตรอเบอรี่ (สูตรคุณ Jidapa) เอาไว้ราดหน้าเค้ก หรือจะปั่นใช้ราดหน้าเครปเค้กได้ค่ะ หรือกินกับไอติมก็อร่อยค่ะ

ส่วนผสมซอสสตรอเบอรี่ (สูตรคุณ Jidapa)

1. สตรอเบอรี่ แช่แข็ง 1 กิโลกรัม (ซื้อที่แมคโคร)
2. น้ำตาลทราย 450 กรัม
3. น้ำเปล่า 500 กรัม
4. แป้งกวนไส้ตราดาว 80 กรัม
5. สีแดงสตรอเบอรี่

ลักษณะของซอสที่ได้จะข้นๆหน่อยค่ะ ถ้าใครอยากให้ซอสข้นกว่านี้ก็เพิ่มแป้งกวนไส้ ไม่ก็ลดน้ำให้น้อยลงค่ะ

วิธีทำซอสสตรอเบอรี่ (สูตรคุณ Jidapa)

1. นำสตรอเบอรี่แช่แข็ง เทใส่ภาชนะ วางคลายความเย็นไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จะมีน้ำสตรอเบอรี่ ออกมาก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องทิ้ง
2. เทน้ำเปล่าใส่หม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย
3. ตวงแป้งกวนไส้ใส่ถ้วยไว้ แบ่งน้ำจากในหม้อที่ผสมน้ำตาลไว้ มาใส่ในถ้วยแป้งกวนไส้สัก 1/2 ถ้วยตวงค่ะ คนให้แป้งละลายไม่จับเป็นก้อน เทลงหม้อน้ำตาลตามเดิม
4. ใส่สีแดงสตรอเบอรี่ตามชอบ
5. นำหม้อน้ำตาลตั้งไฟอ่อนปานกลางค่ะ คนด้วยตะกร้อมือตลอด จนแป้งเริ่มข้นและเป็นรอยตะกร้อมือ
6. เทสตรอเบอรี่ที่เราวางเตรียมไว้ลงไปเลย ใช้ทัพพีคนให้เข้ากันค่ะ ปล่อยให้ซอสสตรอเบอรี่เดือดปุดๆ ขึ้นนิดนึงค่ะ แล้วใช้ทัพพีช้อนซอสด้านล่างขึ้นมาด้านบนบ้าง ให้ซอสเดือดอีกครั้งนึง ปิดเตา ยกหม้อลงแช่ในกะละมังที่รองน้ำไว้ค่ะ จะช่วยให้ซอสคลายความร้อนเร็วขึ้น ลูกสตรอเบอรี่ก็จะไม่เละมากค่ะ
7. รอให้ซอสสตรอเบอรี่เย็นสนิทก่อน แล้วค่อยเก็บใส่ภาชนะ แช่ตู้เย็นได้เลยค่า (ซอสอยู่ในช่องแช่ธรรมดาได้ประมาณ 1-2 อาทิตย์นะคะ)

** เราแนะนำว่าอย่ากวนสตรอเบอรี่บ่อยค่ะ อาจทำให้เนื้อสตรอเบอรี่เละไม่สวยงาม **

เครปเค้ก (สูตรคุณ Nutsarin)

เครปเค้ก (สูตรคุณ Nutsarin) สูตรนี้ได้ 1 ก้อน ขนาด 3 ปอนด์ ประมาณ 30 แผ่น และสูตรนี้ยังใช้ทำเครปโรลเย็นได้ด้วย

** สูตรนี้จะพักแป้งหรือไม่พักก็ได้นะคะ สำหรับใครที่พัก เวลานำออกจากตู้เย็น ทิ้งให้คลายเย็นสักนิด แล้วคนให้แป้งเข้ากันก่อน ถ้านำออกมาทำเลย ด้านบนผิวหน้าเค้าจะเป็นก้อนๆ แข็งๆ จากเนยนะคะ **


อุปกรณ์ที่ใช้ทำเครปเค้ก (สูตรคุณ Nutsarin)

1. กระทะทอดเครปขนาด 24 cm. หรือ 26 cm.
2. กระบวยไว้ตักแป้งเครป หรือจะใช้ถ้วยตวงก็ได้ ขนาด 1/4 ถ้วยตวง หรือ 1/3 ถ้วยตวง ตามความชอบหนา ชอบบาง (เราใช้กระบวยไม่ใหญ่มาก 1 กระบวย / 1 แผ่น)

ส่วนผสมเครปเค้ก (สูตรคุณ Nutsarin)

1. แป้งเค้ก 225 กรัม
2. น้ำตาลทราย 120 กรัม
3. ไข่ไก่ 8 ฟอง
4. นมสด 600 กรัม
5. เนยละลาย 120 กรัม
6. เกลือ 1/4 ช้อนชา
7. กลิ่น 1 ช้อนชา (ทำรสไหน ใช้กลิ่นนั้น)

วิธีทำเครปเค้ก (สูตรคุณ Nutsarin)

1. ร่อนแป้งและเกลือให้เข้ากัน พักไว้
2. ตีไข่ + น้ำตาลทราย พอให้น้ำตาลทรายละลาย
3. ใส่แป้ง สลับนม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ใส่จนแป้งกับนมหมด และคนจนแป้งไม่เป็นเม็ด
4. ใส่กลิ่น แล้วใส่เนยละลาย คนให้เข้ากัน
5. กรองผ่านกระชอนตาถี่ 1 รอบ สามารถแบ่งผสมสีได้ตามต้องการ

เทคนิควิธีการทอดเครปเค้ก

1. ทาเนยขาวบางๆที่กระทะ
2. ไฟต้องอ่อน กระทะต้องไม่ร้อนจนเกินไป เวลาเทแป้งจะได้กลิ้งง่ายๆ
3. หลังจากทำแผ่นแรกเสร็จ พักกระทะสักแปบ แล้วค่อยเทแป้งลงไปกลิ้งใหม่ (ประมาณ 10 วิ)
4. ประกอบเสร็จ ควรแช่เย็นสัก 3 ชม. หรือแช่ข้ามคืนก็ได้
5. แป้งเราทอดด้านเดียวนะคะ ถ้าสุกเค้าจะมีฟองอากาศดันขึ้นมา ก็คว่ำออกจากกระทะได้เลยค่ะ

เทคนิควิธีปาดวิปครีมให้เรียบ ไม่หลังเต่า

1. วิปต้องเย็น โถ หัวตี ต้องเย็น เวลาตีวิป วิปจะขึ้นดี ตีให้เค้าขึ้นเหมือนโฟมเลยค่ะ ผิวเค้าจะเงาๆ สังเกตเวลายกหัวตีขึ้นมา เค้าจะปลายแหลม ตั้งตรง ไม่โค้งงอนะคะ (อย่าตีแข็งเกินนะคะ เดี๋ยวปาดยาก)
2. ใช้วิปไม่ต้องเยอะมาก โปะลงตรงกลางแผ่นแล้วพยามยามปาดเกลี่ยออกมาริมๆ แผ่น ปาดให้ทั่ว ดูให้ครีมเสมอกัน เครปที่ได้ออกมาก็จะไม่เป็นหลังเต่า



** ส่วนวิปปิ้งครีมเราแนะนำให้ใช้แบบ non-dairy เพราะทำจากไขมันพืช ให้ความคงตัวกว่าวิปที่ทำจากนมโค (อ่านได้จากฉลากข้างกล่อง) ส่วนตัวเราใช้ยี่ห้อซันวิป (sunwhip) เพราะอยู่ตัว ทนต่ออากาศร้อนๆได้ดี (วิปไม่ต้องใส่เจลาติน)

ขนมสาลี่ (สูตรคุณรัชกฤช)

ขนมสาลี่ (สูตรคุณรัชกฤช)
เตรียมซึ้ง เติมน้ำ ¾ ของซึ้ง เปิดไฟให้น้ำเดือด รอไว้ก่อน

ส่วนผสมขนมสาลี่ (สูตรคุณรัชกฤช)

1. แป้งเค้ก 220 กรัม
2. ผงฟู 1 ช้อนชา
3. น้ำตาลทรายละเอียด 300 กรัม
4. SP เอสพี 15 กรัม
5. ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 5 ฟอง
6. น้ำสะอาด (แช่เย็น) 125 กรัม
7. กลิ่นมะลิ ¼ ช้อนชา
8. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมสาลี่ (สูตรคุณรัชกฤช)

1. นำแป้งและผงฟูผสมกัน ใช้พายคนส่วนผสมให้ทั่ว แล้วร่อน 2-3 ครั้ง
2. เทแป้งที่ร่อนกับผงฟู , น้ำตาลทรายละเอียด , SP เอสพี , ไข่ไก่ , น้ำเย็น และกลิ่นมะลิ ลงในโถผสมแป้ง ใช้หัวตีตะกร้อคนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วตีด้วยความเร็วต่อไปนี้
  • ตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที
  • เร่งสปีดเป็นความเร็วสูง ตีต่อประมาณ 5 นาที
  • แล้วลดความเร็วต่ำอีก 3 นาที ช่วงความเร็วต่ำ 3 นาทีนี้ ให้เติมน้ำมะนาวลงไป
3. หยอดใส่ภาชนะขนมให้เกือบเต็มภาชนะ นำไปนึ่งจนกว่าจะสุกด้วยไฟกลาง (เวลาไม่ตายตัวอยู่ที่ภาชนะที่ใช้นึ่ง)
4. เมื่อขนมสุก นำออกมาตกแต่งด้วยลูกเกดให้สวยงาม

***ปัญหาของความไม่สำเร็จ***

1. เครื่องผสมแป้งแรงน้อยเกินไป
2. ไฟที่นึ่งต้องสมดุลกับซึ้งด้วย
3. ตรงกลางซึ้ง น้ำจะหยด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ตรงกลาง
4. ต้องกะปริมาณของน้ำในซึ้งให้มีประมาณ ¾ ของซึ้ง

วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560

ชิฟฟ่อนใบเตยหน้าตะโก้มะพร้าว (สูตรคุณรัชกฤช)

ชิฟฟ่อนใบเตยหน้าตะโก้มะพร้าว (สูตรคุณรัชกฤช)

ชิฟฟ่อนใบเตย

ส่วนผสมที่ 1

1. แป้งเค้ก 90 กรัม
2. ผงฟู 1/2 ช้อนชา

ร่อนส่วนผสมที่ 1 พักไว้

ส่วนผสมที่ 2

1. น้ำตาลทราย (1) 50 กรัม
2. นมข้นจืด 33 กรัม
3. น้ำมันรำข้าว 33 กรัม
4. น้ำใบเตย 24 กรัม
5. เกลือเล็กน้อย
6. ไข่แดงเบอร์ 2 จำนวน 3 ฟอง
7. วานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสมที่ 3

1. ไข่ขาว 3 ฟอง
2. น้ำตาลทราย (2) 50 กรัม
3. ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำชิฟฟ่อนใบเตย

1. เทไข่แดงลงในอ่างผสม เติมน้ำตาลทรายเกลือใช้ตะกร้อมือคนจนไข่แดงสีจางลง เติมนมข้นจืด น้ำใบเตย และน้ำมันคนจนเข้ากัน เติมส่วนผสมที่ 1 ลงไป คนจนแป้งไม่เป็นเม็ด เติมวานิลลา (ส่วนผสมนี้ให้เรียกว่า A)
2. นำน้ำตาลทราย (2) ผสมกับครีมออฟทาร์ทาร์
3. ตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงจนเป็นฟองหยาบเทใส่ข้อ 2 ลงไปจนหมด และตีต่อจนไข่ขาวตั้งยอดกลางไปทางแข็ง
4. แบ่งส่วนผสมข้อ 3 เป็น 3 ส่วน ใส่ลงไปในส่วนผสม A ใช้พายตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน
5. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ 2 ปอนด์ อบไฟ 180 องศาเซลเซียส บนล่าง จนสุกประมาณ 35-40 นาที
6. เมื่อสุกเอาออกจากเตากระแทก 1-2 ครั้ง วางบนตะแกรงพออุ่น เอาออกจากพิมพ์ ทิ้งให้เย็น

หน้าตะโก้มะพร้าว

ส่วนผสม 

1. น้ำตาลทราย 40 กรัม
2. แป้งกวนไส้ 30 กรัม
3. น้ำมะพร้าว 100 กรัม
4. วิปปิ้งครีม 200 กรัม
5. เนยสด 20 กรัม
6. เจลลาติน 2 แผ่น (แช่น้ำเย็นจนนิ่ม)
7. เหล้ามะพร้าว (malibu) ไม่มีไม่ใส่ก็ได้
8. เนื้อมะพร้าวอ่อนตามใจชอบ

วิธีทำ 

1. น้ำตาลทราย แป้งกวนไส้ น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว วิปปิ้งตรีมขึ้นไฟปานกลาง
2. ใช้ตะกร้อมือกวนจนเดือด ยกลงจากเตา ใส่เจลลาตินที่นิ่มลงไปคนจนละลาย
3. เติมเนยสดและเหล้ามะพร้าวคนจนเข้ากัน

วิธีประกอบตัวเค้ก

1. นำที่คาดเค้กพันเค้กให้รอบและแน่น
2. ราดตะโก้มะพร้าวลงบนหน้าเค้ก ทิ้งให้เย็นและแช่ตู้เย็น 3-4 ชั่วโมง ค่อยตัด

หมายเหตุ : อาจจะทำใส่ถ้วยฟรอยก็ได้ตามใจชอบ

ทาร์ตไข่แบบ KFC (สูตรคุณมิกิ โอโยชิ)

ทาร์ตไข่แบบ KFC (สูตรคุณมิกิ โอโยชิ)

ส่วนผสมทาร์ตไข่แบบ KFC (สูตรคุณมิกิ โอโยชิ)

1. ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 4 ฟอง (ใช้แต่ไข่แดงอย่างเดียว)
2. นมสดจืด 110 กรัม
3. วิปครีม ตรา Millac Gold 200 กรัม
4. น้ำตาล 70 กรัม
5. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
6. เกลือหยิบมือ
7. แป้งทาร์ตสำเร็จรูปแช่แข็ง

วิธีทำทาร์ตไข่แบบ KFC (สูตรคุณมิกิ โอโยชิ)

1. ใส่น้ำตาลลงไปในชามผสม ใส่ไข่แดงและเกลือลงไปคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน
2. ใส่นมสดจืด วิปครีม และกลิ่นวานิลลาลงผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
3. แล้วกรองส่วนผสมด้วยกระชอน 1 รอบ ให้ได้ส่วนผสมที่มีเนื้อเนียน ระหว่างทำอย่าลืมวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
4. นำแป้งทาร์ตสำเร็จรูปแช่แข็งออกมาวางบนถาดดำ แล้วตักส่วนผสมใส่ลงไปบนตัวทาร์ตประมาณ 3/4 ของตัวทาร์ต นำเข้าอบด้วยไฟบนล่าง อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 - 25 นาที ก็จะออกมาหน้าเหลืองสวยน่ารับประทานค่ะ

ข้าวหลามหม้อแกงไข่

ข้าวหลามหม้อแกงไข่ (สูตรคุณแอดมินสาว)

ส่วนผสมข้าวหลาม

1. ข้าวเหนียวขาว 200 กรัม แช่น้ำให้นิ่ม
2. น้ำกะทิ 250 กรัม
3. น้ำตาลทราย 130 กรัม (เพิ่มลดได้)
4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
5. ถั่วดำต้มสุกตามชอบ

วิธีทำข้าวหลาม

1. ผสมน้ำกะทิ + น้ำตาลทราย + เกลือ ให้เข้ากัน
2. เอาข้าวเหนียวกับถั่วดำเทใส่ถาดคลุกให้เข้ากัน
3. ใส่น้ำกะทิลงไปในท่วมข้าวเหนียว เกลี่ยให้ทั่วๆ นำไปอบด้วยไฟ 180 องศา 40 นาที

ส่วนผสมหม้อแกงไข่

1. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
2. กะทิ 250 กรัม
3. ไข่ไก่ 2 ฟอง ไข่เป็ด 5 ฟอง
4. น้ำตาลปี๊บ 320 กรัม
5. เกลือ 2 หยิบมือ
6. ใบเตย 4-5ใบ หรือใบตะไคร้
7. หอมแดงเจียวตามชอบ

วิธีทำหม้อแกงไข่

1. นำไข่กับน้ำตาลปี๊บใส่ลงอ่างผสม ใส่ใบเตย/ใบตะไคร้ ลงไปขยำจนน้ำตาลละลายและส่วนผสมเข้ากันดี
2. เติมแป้งข้าวเจ้า กะทิ ลงไปขยำให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นนำไปกรองด้วยกระชอน เติมน้ำมันหอมเจียวประมาณ 2 ช้อน จะทำให้หอมขึ้นค่ะ
3. นำส่วนผสมที่ได้ใส่กระทะกวนพอส่วนผสมข้น ยกลง
4. เทใส่หน้าข้าวเหนียวที่อบไว้ อบไฟล่าง 180 องศา 20-25 นาที แล้วแต่ขนาดพิมพ์ นำออกทามาหน้าขนมด้วยน้ำมันหอมเจียว และนำไปอบไฟบนอีก 5 นาที ใช้ไฟ 190 องศา
5. เมื่อขนมสุกแล้ว ให้นำออกมาพักให้เย็นก่อนโรยหอมเจียว

หมายเหตุ
1. สูตรนี้พอดีกับถาดขนาด 8*8 นิ้ว
2. ส่วนสังขยา ใครไม่ชอบหวานให้ลดน้ำตาลลงอีกได้
3. ในข้าวหลามจะใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน เผือก แปะก๋วย หรืออื่นๆก็ได้ตามใจชอบ
4. ถ้าอยากได้ข้าวเหนียวดำ ให้ใช้ข้าวเหนียวขาวครึ่งหนึ่ง ข้าวเหนียวดำครึ่งหนึ่ง แช่น้ำแยกกัน ข้าวเหนียวดำต้องแช่นานกว่า เพราะจะแข็งกว่า ตอนทำค่อยเอามาผสมกันคลุกเคล้าให้เข้ากัน เราจะไม่ใช้ข้าวเหนียวดำล้วนๆ เพราะมันจะแข็ง ดังนั้นต้องผสมกับข้าวเหนียวขาวค่ะ
5. วิธีเจียวหอมให้เหลืองกรอบ ซอยหอมบางๆ ผึ่งให้แห้งๆสักหน่อย จากนั้นนำใส่กล่องที่มีฝาปิด ใส่น้ำส้มสายชูไปนิดหน่อย โรยแป้งข้าวโพดลงไปบางๆ ปิดฝาเขย่าๆให้มันคลุกเคล้าเคลือบกันทั้งหมด ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่หอมลงไปเจียว คนเป็นระยะๆ พอหอมเริ่มเหลือง ให้รีบตักขึ้นใส่กระชอน ความร้อนที่ยังเหลืออยู่ จะทำให้หอมเหลืองขึ้นอีก และกรอบ อย่าเจียวหอมจนเหลืองเข้มแล้วค่อยตักขึ้น เพราะจะทำให้หอมไหม้และมีรสขม
6. ให้ดูเตาไฟของตัวเองด้วย เพราะเตาแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ให้ปรับใช้ให้เหมาะสมค่ะ
7. ขนมต้องรอให้เย็นก่อน ค่อยโรยหอมเจียว ไม่อย่างนั้นความร้อนจะทำให้หอมเจียวไม่กรอบ


ขนมปังชาไทยไส้ทะลัก สังขยาชาไทย (สูตรคุณรัชกฤช)

ขนมปังชาไทยไส้ทะลัก สังขยาชาไทย (สูตรคุณรัชกฤช) 

ข้อควรปฏิบัติ

1. อ่านสูตรให้จบ ดูวิธีการทำให้เข้าใจ จะรู้ว่าขนมปังทำไม่ยากเลย
2. ถ้านวดมือให้ใช้เพียง ¼ สูตร ทุกอย่างต้องลดเหลือ ¼ เท่านั้น
3. ส่วนผสมต้องทำตามสูตรอย่างเคร่งครัดเพื่อความสำเร็จ

ส่วนผสมตัวขนมปัง

1. แป้งทำขนมปัง 1,000 กรัม
2. ยีสต์ 15 กรัม
3. น้ำตาลทราย 200 กรัม
4. เกลือ 10 กรัม
5. น้ำเย็น (แช่ตู้เย็นหรือแช่น้ำแข็ง) 400 กรัม
6. ไข่ไก่ 2 ฟอง
7. นอนแดรี่ ครีมเมอร์ 100 กรัม
8. เนยสด 120 กรัม

วิธีทำตัวขนมปัง

1. เทแป้งขนมปังกับยีสต์ในเครื่องนวดแป้ง เปิดเครื่อง 1 นาที เพื่อให้ยีสต์ตื่นจากความเย็น (ยีสต์หลังจากแกะห่อควรแช่ตู้เย็น)
2. ผสมน้ำเย็น น้ำตาลทราย เกลือ นอนแดรี่ ครีมเมอร์ และไข่ไก่ ใช้ตะกร้อมือคนจนน้ำตาลและเกลือละลาย
3. นำส่วนที่ 2 เทลงในส่วนผสมที่ 1 เปิดเครื่องนวดจนแป้งดูดน้ำจนหมด สังเกตจากแป้งจะเป็นก้อนและไม่มีเศษแป้งขาวๆ จึงเติมเนยสด (ถึงขั้นตอนนี้นวดต่ออีก 18 – 20 นาที) จนแป้งเนียน
4. การเช็คแป้งว่าเนียนได้ที่แล้วหรือยัง ตัดแป้งมาสักก้อนเล็กๆ ขยายแป้งโดยใช้นิ้วขึงและแป้งจะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แสดงว่าใช้ได้แล้ว
5. นำแป้งออกจากเครื่อง ตัดน้ำหนักแป้ง 40 กรัม คลึงกลมวางเรียงในถาดทรงสูงให้ได้ระยะเท่าๆกัน
6. พักแป้งประมาณ 2 ชั่วโมง โดยใช้แผ่นพลาสติกคลุมเพื่อให้ขนมขึ้น (ขนมปังจะขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความชื้นและอุณหภูมิที่พอเหมาะ) พักไว้จนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า แล้วนำเข้าตู้อบ
7. อบในอุณหภูมิ 180 °C ไฟบนและไฟล่าง ประมาณ 20 นาที สังเกตจากกลิ่นที่หอม นำออกมาก่อน และขนมจะเริ่มเป็นสีเหลือง สวย
8. นำออกจากตู้อบแล้ว มาวางบนตะแกรง เพื่อคลายร้อน (ห้ามใช้พัดลมเป่า) และรอเตรียมรอใส่ไส้

ส่วนผสมไส้ชาไทย

1. น้ำเดือด 1,000 กรัม
2. ชาไทยตรามือ 80 กรัม
3. น้ำตาลทราย 180 กรัม
4. เกลือ ½ ช้อนชา
5. น้ำเปล่า 200 กรัม
6. แป้งกวนไส้ 120 กรัม
7. นอนแดรี่ ครีมเมอร์ 400 กรัม

วิธีทำไส้ชาไทย

1. นำน้ำเดือดผสมกับชาไทยใช้ช้อนกดให้ชาจม อย่าคนเพราะจะทำให้รสชาติของชาฝาดได้ แช่ประมาณ 1-2 นาที อย่านานเดี๋ยวจะเข้มข้นเกินไป กรองด้วยผ้าแล้วชั่งน้ำหนักน้ำชาไทยให้ได้ 600 กรัม
2. นำน้ำชาไทยที่ชั่งได้ 600 กรัม มาผสมกับน้ำตาลทรายและเกลือ คนจนน้ำตาลและเกลือละลาย
3. ผสมน้ำเปล่า แป้งกวนไส้ และ นอนแดรี่ ครีมเมอร์ พักไว้
4. นำส่วนผสมข้อที่ 2 ตั้งไฟปานกลางจนใกล้เดือด จึงเติมส่วนผสมข้อที่ 3 ลงไป กวนต่อจนส่วนผสมเดือด ลักษณะที่ได้จะข้นเล็กน้อย แล้วยกลงจากเตาทิ้งให้อุ่น

วิธีใส่ไส้ขนมปัง

1. ใช้ตะเกียบเจาะรูด้านบนขนมปัง
2. ใช้หัวบีบเบอร์ 18 ใส่กรวยพลาสติก ตักไส้ใส่ประมาณ 2 ทัพพี แล้วบีบไส้ลงไปในรูด้านบนพอประมาณ กะเอาสูตรนี้แป้งกับไส้จะพอดี

สูตรดัดแปลง (เนื้อขนมปัง)

1. เนื้อขนมปังตัวนี้อร่อยมาก สามารถมาใส่ไส้อย่างอื่นและขึ้นรูปต่างๆได้มากมาย ทั้งไส้หวานและคาว
2. เนื้อขนมปังตัวนี้สามารถทำขนมปังเนยสดได้ หารูปแบบเอาเองครับ

สูตรดัดแปลง (ไส้ชาเขียว)

- เหมือนไส้ชาไทย แต่เปลี่ยนเป็นชาเขียวตรามือ 40 กรัม แทนครับ

สูตรดัดแปลง (ไส้ช็อกโกแลต)
- น้ำ 600 กรัม ผงโกโก้ 80 กรัม น้ำตาล , เกลือ เท่าเดิม ตั้งไฟจนใกล้เดือด แล้วเทส่วนผสม น้ำ 200 กรัม , แป้งกวนไส้ 120 กรัม , นอนแดรี่ ครีมเมอร์ 400 กรัม กวนจนเดือด ยกลงจากเตาแล้วเติมเนยสด 100 กรัม , กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา ลงไปแล้วคนต่อ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.