วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560

ชีสเค้กมะม่วง

ชีสเค้กมะม่วง (สูตรคุณบ่งบ๊ง)

ส่วนผสมและวิธีทำชีสเค้กมะม่วง

ส่วนผสมฐานแครกเกอร์ (ครัช)

1. แครกเกอร์บดละเอียด 200 กรัม (หรือคุกกี้บดละเอียด)
2. เนยสดจืด 150 กรัม

วิธีทำฐานแครกเกอร์ (ครัช)

1. เตรียมพิมพ์ถอดข้าง ปูกระดาษไขลองก้นพิมพ์และรอบพิมพ์ พักไว้
2. นำเนยละลายผสมใส่ในแครกเกอร์บดละเอียด กรุลงในพิมพ์ กดให้แน่นๆ แล้วนำไปเข้าช่องแข็ง เพื่อรอให้ฐานแครกเกอร์เซทตัว (หรือทำใส่ถ้วยพลาสติกใสรูปทรงต่างๆตามชอบ)

ส่วนผสมครีมชีส

1. ครีมชีส 500 กรัม (หรือประมาณ 2 ก้อน)
2. น้ำตาลทรายละเอียด 150 กรัม (ถ้ามะม่วงหวานลดน้ำตาลลงได้)
3. วิปปิ้งครีม 100 กรัม
4. มะม่วงสุก 2-3 ผล (หรือมากน้อยตามชอบ)
5. น้ำมะนาวเลมอน 2 ช้อนชา
6. ผงเจลลาติน 1/2 ออนซ์ (ละลายในน้ำเย็น 2 ออนซ์) ถ้าใช้เจลลาตินชนิดแผ่น ประมาณ 5 แผ่น

วิธีทำครีมชีส

1. ล้างมะม่วงให้สะอาด ปอกเปลือกให้หมด หั่นมะม่วงสุกให้เป็นชิ้นขนาดลูกเต๋า (ถ้ากลัวว่ามะม่วงจะหมองคล้ำให้นำมีดที่ปอกไปจุ่มในน้ำเชื่อมก่อน แล้วนำมาปอก)
2. ระหว่างนี้นำเจลลาตินชนิดผง 1/2 ออนซ์ ละลายในน้ำเย็น 2 ออนซ์ ต้องปล่อยให้เจลลาตินอิ่มน้ำเต็มที่ก่อน จึงนำมาอุ่นให้ร้อนแล้วจึงนำมาใช้งาน
3. นำครีมชีสวางในอุณหภูมิห้องให้นิ่มๆ ตีครีมชีสให้ขึ้นฟู
4. เมื่อครีมชีสฟูได้ที่แล้ว ทยอยใส่น้ำตาลลงไป ตีให้เข้ากันจนเนียน
5. บีบน้ำมะนาว ตีผสมให้เข้ากัน ชิมรสก่อน ชอบรสใดใส่เพิ่มไป
6. ใส่วิปปิ้งครีม คนผสมให้เข้ากัน
7. สุดท้ายใส่เจลลาตินละลายลงไป คนผสมให้เข้ากันดี
8. ได้ครีมชีสแล้วแบ่งเนื้อมะม่วงบางส่วนใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันให้เนื้อมะม่วงกระจายไปทั่ว เทลงฐานแครกเกอร์ที่แช่เย็นไว้ ใช้ไม้พายเกลี่ยหน้าให้เข้ากัน
9. นำเนื้อมะม่วงอีกส่วนใส่ปิดหน้าครีมชีสอีกที แล้วใช้ส้อมเกลี่ยๆเนื้อมะม่วงให้กระจายทั่ว (ถ้าไม่ชอบเนื้อมะม่วงมากเกินไปก็ตัดส่วนโรยหน้าออกไปก็ได้)
10. เสร็จแล้วปิดคลุมพิมพ์ด้วยพลาสติกใส แล้วนำแช่เย็นนอนรอไว้ก่อน

ส่วนผสมหน้ามูสมะม่วง

1. มะม่วงสุกหั่น 200 กรัม
2. น้ำตาลทราย 120 กรัม (มะม่วงหวานมากลดน้ำตาลลงได้)
3. น้ำเปล่า 100 กรัม
4. เจลลาตินชนิดผง 4 ช้อนชา
5. วิปปิ้งครีม 100 กรัม
6. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 100 กรัม
7. น้ำมะนาว 1-2 ช้อนชา

หมายเหตุ : อีกสูตรหนึ่งคือตัดส่วนวิปปิ้งครีมออก ใส่แต่โยเกิร์ตอย่างเดียว หรือจะไม่ใส่ทั้งวิปปิ้งครีมและโยเกิร์ต เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของมะม่วงชัดเจนก็ได้

วิธีทำมูสมะม่วง

1. นำน้ำเปล่าใส่ในหม้อ ยกตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไป พอน้ำตาลละลายหมดและเดือดเล็กน้อย ปิดไฟเตาได้
2. ใส่เนื้อมะม่วงลงไปเคี่ยว (ไม่ต้องเคี่ยวนานจนเนื้อมะม่วงสุกงอมเกิน)
3. ใส่เจลลาตินที่ละลายแล้วลงไปคนๆผสมให้เข้ากันดีและเนียน ดับไฟเตาทันที อย่าใช้เวลาเคี่ยวมะม่วงนาน เพราะจะมีกลิ่นเหม็นโอ่ พักไว้ให้เย็น
4. เมื่อมูสมะม่วงเย็นตัวแล้วใส่วิปปิ้งครีม 100 กรัมลงไป ใส่โยเกิร์ตอีก 100 กรัม คนผสมให้เข้ากันดีจนเนียน อาจมีฟองอากาศบ้าง ค่อยๆกำจัดออกหน้าขนมจะได้สวยงาม
5. เมื่อได้หน้ามูสมะม่วงแล้ว ให้นำตัวครีมชีสมะม่วงที่แช่เย็นไว้ออกมา เทหน้ามูสมะม่วงราดลงไปให้ทั่ว ให้ปิดทับตัวครีมชีสให้มิดนะคะ เสร็จแล้วปิดคลุมด้วยแผ่นพลาสติกใส แช่ต่อในตู้เย็นให้เซทตัวอีกประมาณ 4-6 ชั่วโมง หรือปล่อยทิ้งค้างคืนไว้ก็ได้
6. เมื่อขนมเซทตัวแล้ว ก็มาถึงขึ้นตอนเอาชีสเค้กมะม่วงออกจากพิมพ์ ก่อนเอาพิมพ์ออกควรเอามีดปลายแหลมๆ กรีดรอบๆพิมพ์ก่อน แล้วค่อยๆดึงพิมพ์ออก เราก็จะได้ชีสเค้กมะม่วงพร้อมทานแล้วค่ะ

สำหรับใครที่ไม่ชอบมะม่วงสุก สามารถเปลี่ยนเป็นผลไม้อื่นๆ แทนได้ เช่น สตรอเบอรี่ กีวี่สด หรือ มะยงชิตก็ได้ ซึ่งวิธีการทำก็แบบเดียวกันเลยค่ะ

ดับเบิ้ลฟอมาจชีสเค้ก (Double Fromage Cheesecake) (ชีสเค้กแบบร้านดัง LeTAO)

ดับเบิ้ลฟอมาจชีสเค้ก (Double Fromage Cheesecake) (ชีสเค้ก LeTAO) ชีสเค้กรสนุ่มละมุนลิ้นมากๆ เจ้าชีสเค้กตัวนี้ที่เค้าฮิตๆกันเนี่ยจะเป็นของร้านดัง LeTAO แต่คราวนี้เราจะมาทำทานเอง

ชีสเค้กก้อนนี้จะประกอบไปด้วย
- Sponge Cake
- baked cheesecake batter
- no-bake cheesecake batter




*** Batter (แบทเทอร์) หมายถึง ของเหลวข้น ที่มีส่วนผสมหลักคือ แป้งสาลี น้ำนม และไข่ ใช้ในการทำขนมเค้ก ***

เรามาดูนะคะแต่ละส่วนมีวิธีการทำยังไง ก่อนอื่นเรามาเริ่มต้นด้วยการทำ Sponge Cake ก่อนเลยนะคะ แล้วขั้นตอนอื่นๆจะตามมา

ส่วนผสมสปันจ์เค้ก (สำหรับพิมพ์กลม 18 cm)

1. ไข่ฟองใหญ่ 3 ฟอง
2. น้ำตาล 120 กรัม
3. แป้งเค้ก 105 กรัม
4. เนยจืด 15 กรัม
5. น้ำมัน 15 กรัม
6. นม 38 กรัม
7. วานิลลาผง 1 ช้อนชา

วิธีทำสปันจ์เค้ก
 
1. ทาเนยบางๆในพิมพ์แล้วปูกระดาษรองอบให้ทั่วพิมพ์
2. อุ่นเตาอบ 180 องศาเซลเซียส
3. ร่อนแป้งเค้ก พักไว้
4. ละลายเนยจืดกับนม แล้วผสมน้ำมันลงไป พักไว้
5. ตีไข่กับน้ำตาลโดยวิธี bain marie นั้นคือเราจะตีไข่บนน้ำร้อนให้พอแตะๆแล้วไข่อุ่นขึ้นแล้วยกออกมาตีต่อจนฟู สามารถเห็นรอยตระกร้อชัดเจน
6. ร่อนแป้งลงไปผสมในส่วนของไข่ 3 รอบ ค่อยๆคนเบาๆมือจนหมดแป้ง
7. แบ่งแบทเทอร์บางส่วนมาผสมกับส่วนของเนยและน้ำมัน จากนั้นเทกลับลงไป คนให้เข้ากันแบบเบามือ
8. เทแบทเทอร์ใส่ลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าเตาอบจนสุก ราวๆ 20 นาที
9. เมื่อเค้กเย็นตัวลงก็ทำการสไลด์เค้กบางๆ 1 ชิ้น หนาประมาณ 1.2 เซนติเมตร แล้วที่เหลือก็เอาไปปั่นให้ฟู พักไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป

ส่วนผสม Baked Cheesecake Batter

1. ครีมชีส 200 กรัม
2. ไข่ 1 ฟอง
3. น้ำตาล 65 กรัม
4. แป้งเค้ก 1 ช้อนโต๊ะ (หรือ 9 กรัม)
5. Heavy cream 150 ml

วิธีทำ Baked Cheesecake Batter

1. อุ่นเตาอบ 160 องศาเซลเซียส
2. เตรียมพิมพ์แบบถอดก้นได้ กรุกระดาษรองอบให้รอบด้าน วางแผ่นเค้กที่สไลด์เพื่อเป็นฐานชีสเค้กลงไป
3. ตัวพิมพ์จะต้องคลุมด้วยอลูมิเนียมฟอยด์ให้มิดชิด เพื่อกันไม่ให้น้ำซึมเข้าในตัวขนม
4. ผสมส่วนผสมทุกอย่างข้างต้นให้เข้ากัน แล้วเทลงบนสปันจ์เค้กที่เตรียมไว้
5. นำเข้าอบแบบรองน้ำ เพื่อกันไม่ให้หน้าขนมแตก นาน 40 นาทีโดยประมาณ
6. พักให้เย็นสนิทก่อนนำมาทำขั้นตอนต่อไป เป็นการทำชีสเค้กแบบไม่อบ

ส่วนผสม No-bake Cheesecake Batter

1. น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ
2. Mascarpone cheese (มาสคาร์โปน) 200 กรัม
3. ไข่แดง 2 ฟอง
4. น้ำตาล 60 กรัม
5. Heavy cream 200 กรัม
6. เจลาติน 2.5 แผ่น

วิธีทำ No-bake Cheesecake Batter

1. บลูมเจลาตินในน้ำเย็นจัดจนนิ่ม แล้วนำไปละลายในน้ำร้อน พักไว้
2. ผสมชีส ไข่แดง น้ำตาล ให้เข้ากันจนเนียน ด้วยวิธี bain Marie นั้นคือเราจะตีไข่บนน้ำร้อนให้พอแตะๆแล้วไข่อุ่นขึ้นแล้วยกออก กรองผ่านกระชอนตาถี่ๆ เพื่อจะได้ครีมที่มีเนื้อละเอียด
3. ผสมเจลาตินที่ละลายไว้ในส่วนของครีมชีสให้เนียนเข้ากัน
4. ตีครีม Heavy cream จนตั้งยอดอ่อน นำไปโฟลด์กับส่วนของครีมชีสให้เข้ากัน แบ่งเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 60 กรัม สำหรับเอาไว้ปาดเค้ก
5. จากนั้นส่วนที่ไม่ได้แช่ให้เราเทลงบนส่วนของชีสเค้กที่อบไว้ พักในตู้เย็นให้เซตตัว
6. เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้ว เราก็จะเอาตัวเค้กที่เซตตัวแล้วมาปาดครีมที่เราเก็บไว้ให้ทั่วทั้งเค้ก
7. โรยด้วยเนื้อสปันจ์เค้กที่ปั่นเตรียมไว้ให้ทั่วทั้งเค้ก เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

สตอเบอรี่ช็อตเค้ก

สตอเบอรี่ช็อตเค้ก

ส่วนผสมสตอเบอรี่ช็อตเค้ก

1. แป้งเค้ก 100 กรัม
2. น้ำตาลทราย 75 กรัม
3. ไข่ไก่ 130 กรัม
4. เนยละลาย 100 กรัม
5. ครีมสด (99%) พวก Crème fraîche, cream fresh 50 กรัม (ไม่มีใช้นมสดไขมันเต็มแทนได้)
6. แต่งกลิ่นได้ตามชอบ

วิธีทำสตอเบอรี่ช็อตเค้ก

1. ตีไข่ไก่ แป้งเค้ก น้ำตาลทราย นม ด้วยสปีดสูงให้เข้ากันจนแป้งหายเป็นเม็ด แล้วใส่เนยละลายลงไปตีให้เข้ากัน (ถ้าเครื่องใหญ่ต้องใช้ 3 สูตรนะถึงจะตีได้ น้อยๆมันตีไม่ค่อยขึ้น เลยใช้เครื่องเล็กตีเอาให้ได้แป้งเนื้อเนียนหนืดๆ
2. รองกระดาษบนพิมพ์ให้เรียบร้อย ไม่ต้องทาเนยทา เทส่วนผสมที่ตีไว้แล้วลงไป
3. เทเสร็จไล่ฟองอากาศด้วยการใช้ไม้วนๆให้ทั่ว รอสักพักจะมีเม็ดๆโผล่ขึ้นมา กระแทกพิมพ์ 1 ครั้ง คนอีก รอสักพักกระแทกอีก นำอย่างนี้ซ้ำๆประมาณ 4-5 รอบ จนไม่มีฟองขึ้นมา ยกเข้าอบแบบอบไม่รองน้ำ ปกติจะใช้ไฟประมาณ 155 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง จนสุก
4. ระหว่างที่รอขนมอบอยู่ก็ไปกวนแยมสตอเบอรี่ กะปริมาณเอาตามชอบมากน้อยแค่ไหน คือทำไปชิมไปอยากได้รสไหน ใส่เนื้อสตอเบอรี่ลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย ต้มด้วยไฟอ่อน กรองเอาแต่เนื้อไว้ แล้วเอาน้ำที่ได้ ไปต้มต่อจนเหนียวค่อยใส่เนื้อลงไป หรี่ไฟลง จนข้นเป็นใช้ได้ (ถ้ากลัวไม่ข้น ไม่อยู่ตัว ให้ใส่เจลลาตินที่แช่น้ำแล้วลงไป 2 แผ่น)
5. เมื่อเค้กเนื้อสปันจ์สุกได้ที่แล้ว ใช้เชือกขึงให้ตึง เฉือนเนื้อให้เสมอกันจะได้ 2 ชิ้น ค่อยทาด้วยครีมชีสที่ตีผสมจนได้ที่ (ครีมสด+น้ำตาล) ชิมรสให้ได้ตามชอบ
6. หลังจากโป๊ะครีมชีสปิดหน้าเรียบร้อย ก็เทแยมสตอเบอรี่ลงไป แนะนำให้วางรองก้นถาดด้วยแร๊ฟหุ้มอาหารไว้ด้วยเผื่อตอนเอาออก เฉือนข้างทิ้งอย่างละนิดหน่อยเพื่อให้ไม่แน่นจนเกินไป
7. จากนั้นก็นำเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ให้เย็นจัดข้ามคืน หรือแค่ให้เซ็ตตัวก็เอามาตัดได้เลย

ชีสเค้ก (สูตรประยุกต์ ลดต้นทุน)

ชีสเค้ก (สูตรประยุกต์ ลดต้นทุน) รสชาติหวานน้อย จะออกแนวเบาๆ ไม่หนักแน่นมาก เหมาะสำหรับคนรู้สึกผิด เวลาทานชีสเค้ก แต่ชีสเต็มคำแน่นอนค่ะ ขนาดที่ทำออกมาจะได้ประมาณ 2 ปอนด์ค่ะ

ส่วนผสมและวิธีทำชีสเค้ก (สูตรประยุกต์ ลดต้นทุน)

ส่วนผสมตัวฐาน (ตัวครัช)

1. แครกเกอร์ 115 กรัม
2. เนยละลาย 50 กรัม
3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำตัวฐาน (ตัวครัช)

1. บดแครกเกอร์ให้ละเอียด อาจใส่ถุงซิปปิดปากถุง แล้วใช้ของแข็งทุบให้ละเอียด ส่วนตัวใช้สากทุบค่ะ
2. ใส่น้ำตาลลงไปในแครกเกอร์บด
3. นำเนยละลายผสมให้ทั่วๆแครกเกอร์ ผสมให้เข้ากัน นำมากรุใส่พิมพ์ (พิมพ์แบบเล็กใหญ่ ได้หมดเลยนะคะ)

ส่วนผสมตัวครีมชีส

1. ครีมชีส 160 กรัม (ส่วนตัวใช้ฟิลาเดเฟียค่ะ)
2. น้ำตาลป่น 80 กรัม (หรือ น้ำตาลไอซิ่ง)
3. กรีกโยเกิร์ต (Greek Yogurt) 130 กรัม (ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้บัลกาเรียแทนได้ค่ะ)
4. นมข้นจืด 125 กรัม (แต่ถ้าใครชอบชีสเค้กหนักแน่น เข้มข้น มันๆ ให้ใช้ วิปครีมเดลี่ 130 มิลลิลิตร ไปเลยค่ะ)
5. ไข่ไก่ 2 ฟอง
6. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 4 ช้อนชา
7. น้ำมะนาว1-2 ช้อนชา
8. วานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำตัวครีมชีส

1. นำครีมชีสอุณหภูมิห้อง มาตีให้เข้ากันกับน้ำตาลทรายป่น ให้ฟูเล็กน้อยค่ะ
2. ใส่กรีกโยเกิร์ตลงไปผสมให้เข้ากัน
3. ใส่นมข้นจืด (หรือวิปครีมเดลี่) ลงไป คนให้เข้ากัน
4. นำไข่ไก่ผสมกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ ตีให้เข้ากันก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งเป็นเม็ด
5. เทไข่ไก่ที่ผสมแป้งแล้วลงไปในครีมชีสที่ผสมไว้ คนให้เข้ากัน
6. เติมน้ำมะนาวและกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน
7. เทครีมชีสลงครัชที่เตรียมไว้ นำเข้าอบไฟบน-ล่าง ไม่ต้องเปิดพัดลม ไม่ต้องรองน้ำนะคะ อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลา 60 นาทีค่ะ

** หลังจากอบครบ 60 นาทีแล้วนะคะ ห้าม!!เปิดเตาเด็ดขาดค่ะ ทิ้งไว้ในเตาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ
หน้าชีสเค้กจะยุบตัวลงมาเล็กน้อยค่ะ อย่าตกใจค่ะ เป็นเรื่องปกตินะคะ **

8. หลังจากชีสเค้กเย็นตัว และหน้ายุบแล้ว ก็ยกออกมาแช่เย็นไว้อย่างน้อย 4-5 ชั่วโมงค่ะ ก่อนตัดเสิร์ฟ ทานกับผลไม้สดหรือพวกสตรอเบอรี่ บลูเบอรี่กระป๋องก็ได้ค่ะ

เค้กช็อกโกแลต Texas Sheet Cake (สูตรคุณปูนนี่ Poonie)

เค้กช็อกโกแลต Texas Sheet Cake (สูตรคุณปูนนี่ Poonie)

ส่วนผสมและวิธีทำเค้กช็อกโกแลต Texas Sheet Cake (สูตรคุณปูน Poonie)

ส่วนผสมตัวเค้ก

1. เนย 115 กรัม
2. น้ำ 120
3. ผงโกโก้ 15 กรัม
4. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 125 กรัม
5. น้ำตาลทราย 100 กรัม
6. เกลือ 1/2 ช้อนชา
7. เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
8. ไข่ไก่ 1 ฟอง
9. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 55 กรัม

วิธีทำตัวเค้ก

1. วอร์มเตา 170 องศาเซลเซียส เตรียมถาดขนาด 8*8 / 9*9 นิ้ว ทาเนยปูกระดาษไขให้เรียบร้อย
2. นำเนย น้ำ และผงโกโก้ ผสมรวมกัน ใส่หม้อต้มด้วยไฟอ่อน จนละลาย คนตลอดเวลาจนเข้ากันดี ยกลง รอให้เย็น
3. ผสมแป้ง เบคกิ้งโซดา เกลือ และน้ำตาลเข้าด้วยกัน พักไว้
4. ตีผสมไข่ไก่และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ให้เข้ากัน
5. นำส่วนของแห้งมาตีผสมกับส่วนของไข่จนเข้ากันดี แล้วนำมาตะล่อมกับส่วนของโกโก้
6. เทใส่ถาด นำเข้าอบ 18-20 นาที หรือจนสุก เช็คสุกโดยกดตรงกลาง แล้วเนื้อเค้กเด้งกลับ

ส่วนผสมช็อกโกแลตฟรอสติ้ง

1. นมสด 30 กรัม
2. เนย 60 กรัม
3. น้ำตาลป่น 80 กรัม
4. ผงโกโก้ 15 กรัม
5. วนิลา 1 ช้อนชา

วิธีทำช็อกโกแลตฟรอสติ้ง

1. นำเนยและนมไปตั้งไฟ ให้ขอบเริ่มปุดๆ ยกลง
2. เทส่วนผสมที่เหลือลงไปคนผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปราดบนเค้กขณะที่เค้กยังอุ่นๆ
3. โรยถั่วและท๊อปปิ้งตามชอบ

วุ้นกะทิมะม่วง

วุ้นกะทิมะม่วง เมนูคลายร้อน ชื่นใจ หอมมะม่วง

ส่วนผสมวุ้นกะทิมะม่วง

1. ผงวุ้น 2 ช้อนชา
2. กะทิกล่องอร่อยดี 250 ml. 1 กล่อง
3. น้ำตาลทราย 55 กรัม
4. เกลือป่น 4 กรัม
5. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
6. มะม่วงน้ำดอกไม้ 2 ลูก (หั่นเต๋าตกแต่งและใส่ในตัววุ้นกะทิ)
7. ใบเตย 3-6 ใบ (หั่นเป็นท่อนประมาณ 3 นิ้ว)

วิํธีทำวุ้นกะทิมะม่วง

1. แช่ผงวุ้นในน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ประมาณ 15 นาที ช่วงที่รอผงวุ้นก็มาหั่นมะม่วงใส่ลงในพิมพ์หรือถ้วยที่จะใส่ และให้เหลือมะม่วงไว้ตกแต่งหน้าพอประมาณ
2. เมื่อครบเวลา นำน้ำเปล่าอีก 1 ถ้วยตวง ขึ้นตั้งไฟ ใส่ใบเตยหั่น 3-6 ใบ พอน้ำเดือด นำวุ้นที่แช่ไว้เทลงในหม้อ คนให้เข้ากันไปเรื่อยๆ ใช้ไฟกลางต้มวุ้น คนตลอดให้วุ้นสุกและไม่เป็นเม็ดทรายติดทัพพี รอ 2-3 นาที ค่อยใส่น้ำตาลลงไป
3. คนต่อไปให้เดือดอีก 5 นาที เติมกะทิลงไป คนให้เข้ากัน พอให้กะทิร้อนแต่ไม่ต้องเดือด ปิดไฟยกลง ระหว่างนี้ให้คนกะทิไล่ความร้อน
4. รอพออุ่นๆ เทใส่พิมพ์ที่เราใส่มะม่วงไว้ให้ท่วม พอวุ้นตึงๆตักมะม่วงใส่หน้าวุ้นกะทิ รอเซ็ตตัวดีแล้ว 15-30 นาที ค่อยนำไปแช่ตู้เย็น

วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

สปันจ์เค้ก Sponge Cake (ไม่ใส่สารเสริม)

สปันจ์เค้ก Sponge Cake (ไม่ใส่สารเสริม)

ส่วนผสมสปันจ์เค้ก Sponge Cake (ไม่ใส่สารเสริม)

1. แป้งเค้ก 100 กรัม
2. น้ำตาล 100 กรัม (อยากลดก็ลดเหลือ 70 กรัม)
3. เนย 100 กรัม (ละลายให้เป็นน้ำมันเหลืองๆพักไว้)
4. ไข่ไก่ ทั้งฟอง 200 กรัม
5. นมข้นจืด 70 กรัม
6. เกลือ 3 หยิบมือ
7. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผงฟู 1 ช้อนชา

วิธีทำสปันจ์เค้ก Sponge Cake (ไม่ใส่สารเสริม)

1. วอร์มเตาที่ 175 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง
2. เทไข่ๆก่ใส่ลงไปในโถ เริ่มตีด้วยสปีด 1-2-3 ไปเรื่อยๆ จนแรงสุด ค่อยๆเติมน้ำตาลลงไป ฟองเริ่มขึ้นละ เทนมลงตามลงไปตีให้เข้ากัน แล้วเทแป้งลงไปตีไปเรื่อยๆนานประมาณ 10 นาทีได้ หรือสังเกตว่ามันเนียนเข้ากันเป็นริ้วตามรอยหัวตะกร้อก็พอ หยุดเครื่องปาดขอบอ่าง
3. เริ่มเปิดเครื่อง 1-2-3 ไปที่รองสปีดเร็วสุด รินเนยละลายค่อยๆเทลงไป แล้วให้เครื่องตีให้เข้ากันแล้วค่อยเทตามไปอีก ถ้าเริ่มรินเนยละลายจนมีตะกอนขาวๆปน ให้หยุดเทเนยได้ ไม่ต้องเสียดาย ตีให้เข้ากันดี หยุดเครื่องปาดขอบ ใช้พายควานไปที่ก้นอ่างว่ามีเนยหลงเหลืออีกไหม มีก็ตีต่อให้เข้ากัน ถ้าไม่เข้าถอดหัวตะกร้อมาคว้านๆเองเลย
4. รินใส่พิมพ์ ยกเข้าอบจนสุก (ขนาดพิมพ์ใหญ่แค่ไหน เทหนาแค่ไหนให้คำนวนเวลาเองว่าอบนานแค่ไหน เพราะเตาอบแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน) หรือใช้ไม้จิ้มดูเนื้อเค้กเช็คดูมาสุกหรือยัง
ขับเคลื่อนโดย Blogger.